จิบลิ จิบลิ ที่ญี่ปุ่น

posted on 06 Dec 2014 18:58 by apotastucu in Social
มีโอกาสได้ไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยมาเมื่อไม่นานมานี้ ประสบการณ์หลากหลายหาตามได้จากในเวบในบลอคทั่วไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่หาวิธีได้ค่อนข้างยากก็คือ.... แหล่งซื้อของเกี่ยวกับ Ghibli Studio.... บางทีมี แต่ไม่ละเอียด เลยเดินหาจนงง ถามคนจนเกือบครบในละแวกนั้นแล้ว ฮ่าๆๆ
 
1. Ghibli Museum
ตอนแรกกะว่าไปเทกระเป๋าที่นี่เลยนะ แต่ไปถึงแล้วก็ผิดคาดจ้า ของที่มีก็เยอะอยู่ แต่ก็น้อยกว่าที่ช้อปใหญ่ๆนะ ของส่วนใหญ่เป็นของที่หาไม่ได้ตามช้อป ออกจะแปลกๆบ้าง เท่าที่เจอนะคะ หุ่นตั้งโชว์ทำจากเหล็ก / ปฏิทิน / ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับหนังสั้นที่ฉายที่พิพิธภัณฑ์ (เท่าที่ดูช้อปข้างนอกไม่มี อาจเพราะคนที่ไม่ได้ไปพิพิธภัณฑ์คงจะไม่รู้จัก) / แก้ว / เข็มกลัด / ตุ๊กตา / เสื้อ / สมุดไดอารี่ / โปสการ์ด / สมุดโน้ต / สี / ดินสอ / ปากกา / ... / แต่สิ่งที่บอกไว้ตั้งแต่ต้นว่าทำให้ผิดคาดนั่นก็คือ "Finger Puppet" หุ่นนิ้วที่เป็นตัวการ์ตูนในแต่ละเรื่อง ใครที่คาดหวัง โปรดอย่ามาที่นี่ เพราะไม่มีสักกะตัวเลยค่ะ ทำเอาเราผิดหวังน้ำตาตกในไปเลย
การเดินทาง: นั่งรถสาย Chuo Line ไปลงที่สถานี Mitaka ค่ะ ออกทางออก South Exit ลักษณะเหมือนจะเดินออกจากห้าง เห็นบันไดเลื่อนทางซ้ายมือ ข้างหน้าจะเป็นเหมือน Sky walk ข้ามฝั่งได้ ให้เดินลงบันไดเลื่อนได้เลย แต่ตอนที่เราไป ฝนตกจ้า เลยเดินเลาะ Sky walk แล้วไปลงฝั่งตรงข้าม เพื่อวิ่งข้ามถนน 1 เลนเล็กๆ ไปป้ายรถเมล์เบอร์ 9 แล้วอย่ายืนเพลินเหมือนเรานะ รอ ถ่ายรูป เล่นกับฝน จนลืมซื้อตั๋วจ้า ฮ่าๆๆ ในป้ายรถเมล์จะมีตู้สีเหลืองๆครีมๆ เลือกซื้อตั๋วไปกลับจะได้ราคาถูกลงกว่าซื้อทีละเที่ยวค่ะ
**** หมายเหตุ: (1) รถไฟสาย Chuo Line อยากได้แบบนั่ง ให้ขึ้นที่สถานี Tokyo เพราะเป็นสถานีต้นสายจ้า แต่ถ้าพำนักอยู่แถว Shinjuku อยู่แล้ว ไม่ต้องนั่งย้อนกลับมานะ มีผ่านจ้า
(2) รถไฟสาย Chuo Line เจ๋งมาก มีทั้งแบบ Local, Rapid, Special Rapid และอะไรอีกขั้นเนี่ยแหละ ต้องดูดีๆนะ ว่าสายไหนผ่านสถานี Mitaka บ้าง แต่แนะนำว่าถ้าเลือกได้อย่านั่งแบบ Local ค่ะ เพราะอาจจะไปไม่ถึง Mitaka นะคะ
 
2. หน้าทางเข้าวัดเซนโซจิ (หรือที่หลายคนเรียกว่า วัดอาซากุสะ)
เพราะไม่เคยคิดจะมาเขียนรีวิวอะไร เลยไม่ได้ถ่ายรูป ไม่ได้จดชื่อร้านอะไรมาเลยค่ะ ร้านนี้เราเลยบอกชื่อไม่ได้ แต่บอกตำแหน่งให้ได้นะคะ ในร้านนี้เป็นร้านเล็กมาก มาก มากๆเลยค่ะ เอาว่ากระเป๋าเป้ของเราเกือบกวาดของเค้าลงมาแล้ว แต่ว่า ร้านเล็กๆแบบนี้ อัดแน่นไปด้วยของเลยนะคะ มีเจ้า Finger Puppet ที่เราตามหา / ตุีกตา / ปากกา / พวงกุญแจ / ของทั่วๆไปที่ก็คล้ายๆกับร้านอื่นค่ะ ถ้าใครตามหา Finger Puppet เหมือนเรา เดินเข้าร้านแล้วเลี้ยวซ้ายเลยนะคะ อยู่หน้าประตูตรงนั้นเลย เราเลี้ยวขวาค่ะ เดินจนแทบหมดร้านแล้ว บอกแม่แล้วว่า อดอีกแน่ แต่ก็เหลือบไปเห็นวางโชว์เล็กน้อยค่ะ มองต่ำลงไปนิด ระดับประมาณเข่า (เราเตี้ยนะ) จะเจอนอนรอเราอยู่ในตะกร้า ทำตาปริบๆค่า
การเดินทาง: เหมือนจะไปวัดจ้า ถ้านั่งใต้ดินสาย Ginza Line ออกทางออก 1 หรือ 3 (ถ้าเดินขึ้นบันได ให้เดินตรงไป แต่ถ้าเมื่อยขาแล้วใช้บริการลิฟท์ ให้เดินออกมาอยู่บนฟุตบาทแล้วเลี้ยวขวาค่ะ) พอเดินไปเริ่มเห็นคนมุงกันถ่ายรูปกับโคมแดงแห่งประตูสายฟ้าคามินาริมอน อย่าเพิ่งค่ะ อย่าเพิ่งเข้าไปร่วมวงถ่ายรูปกับเขา หันไปทางขวาสักนิดหนึ่ง ร้านหัวมุมเลย คือเป้าหมายของเราค่ะ ข้างหน้ามีตู้หมุนกาชาปองเล็กน้อย ตามกระจกหน้าร้านมีรูป Totoro บ้าง .....เต็มที่เลยนะคะ
 
3. Shop Donguri Republic
ถ้าพูดถึงสาขาแล้ว มีหลายสาขานะคะ ดูลิ้งค์ได้จาก ( http://www.benelic.com/english/service/ ) เฉพาะที่ญี่ปุ่นนะคะ สำหรับสาขาที่พูดถึงคือ Tokyo Skytree Solamachi ที่นี่เป็น shop แยกออกมาจากตัวห้างค่ะ เนื่องจากผิดหวังจากแห่งที่ 1 ข้างบนมา ตอนกลางคืนกลับถึงที่พักเลยรีบเสิชว่า ร้านขายของ Studio นี้อยู่หนใด เจอว่าที่นี่มีค่ะ และแพลนเราก็ต้องมาที่นี่อยู่แล้ว เลยรีบจัดเลยค่ะ ตอนเช้าไปวัดเซนโซจิ หาที่แรกได้มาพอประมาณค่ะ (แอบปาดเหงื่อเหมือนกัน แหะๆ) แล้วต้องมามูมินคาเฟ่ที่นี่อยู่แล้ว เลยขอมายลโฉมซะหน่อย ในร้านใหญ่มากๆค่ะ เราว่าใหญ่กว่าที่พิพิธภัณฑ์ด้วยซ้ำ แต่ของก็จะทั่วๆไปค่ะ ผ้าห่ม / จานชามช้อนแก้วน้ำกล่องข้าว / ซีดีดีวีดี เยอะมากค่ะ / Finger Puppet ที่นี่ก็มีค่ะ แต่ที่พิเศษกว่าก็คือ มีเมย์นอนอยู่บน Totoro ในโพรงไม้ พอเรากดปุ่ม พุงของ Totoro ก็จะกระเพื่อมขึ้นลงเหมือนในการ์ตูนค่ะ
การเดินทาง: เรามาจากวัดเซนโซจิค่ะ พอออกจากประตูสายฟ้าคามินาริมอนแล้ว เดินเลี้ยวซ้ายมา ผ่านทางออก 1 หรือ 3 แล้วจะเจอทางม้าลายค่ะ ข้ามถนนไปจะเจอสถานีสำหรับ Tobu Line ค่ะ (ไม่แน่ใจว่าทางออกวัดเซนโซจิอีกทางนึงจะทะลุมาด้านนี้ได้โดยตรงหรือเปล่านะคะ) นั่งไป 1 สถานี เสียเงินแลกกับการเดินข้ามแม่น้ำค่ะ วิวสวยมาก ใครมีเวลาและไม่เจ็บขาก็เดินได้นะคะ แต่เราไม่ดีกว่า ฮ่าๆ พอมาถึง เข้าที่ตัวตึกของ Tokyo Sky tree เหมือนเป็นห้างในนั้นค่ะ ตอนแรกพนักงานที่มูมินคาเฟ่บอกว่าอยู่ชั้น 3 เราเดินหา ดูแผนที่ แล้วไม่เจอค่ะ ถอดใจไปแล้ว พอถามทางคนที่นั่น เขาชี้ให้ทะลุช้อปของ Natural อะไรสักอย่างออกไป พอออกไปเจอคาเฟ่ค่ะ มองไปทางขวา จะเจอบันได พอเดินลงไปเท่านั้นแหละค่ะ สวรรค์ชัดๆ /// แนะนำนะคะ ถ้าใครมา มาทางชั้น 2 ดีกว่าค่ะ เป็นเสตปว่า เดินเข้าไปในห้าง ขึ้นมาชั้น 2 ออกไปนอกตัวห้าง ลักษณะเหมือนจะไปถ่ายวิวของหอคอยด้านนอกอย่างนั้นอะค่ะ
 
4. Yamashiroya สาขา Ueno
เราไม่เคยไปสาขาอื่นค่ะ ที่นี่มีผลิตภัณฑ์บ้าง แต่น้อยค่ะ ไม่มี Finger Puppet แต่มีของแปลกๆที่รู้สึกว่า พลาดที่ไม่ได้ซื้อมาค่ะ เป็นเหมือนการเล่นลูกข่างค่ะ จะมี Totoro ยืนอยู่บนลูกข่าง แล้วใช้มือดึงพลาสติกออกมา ลูกข่างก็จะหมุนไปเรื่อยๆค่ะ (เหมือนลูกข่างบ้านเรา แต่พอมี Totoro ขึ้นไปยืน ราคาแพงขึ้นไม่รู้กี่เท่าตัว) ทีนี้ตรงที่โชว์ มีการเปิดดีวีดีและมีเพลงค่ะ เป็นเหมือนวิธีการเล่น แต่ไม่แน่ใจว่า พอเราดึงพลาสติกออกให้หมุนแล้วจะมีเพลงด้วย หรือเขาแค่เปิดคลอไว้นะคะ
การเดินทาง: มาที่สถานี Ueno ค่ะ ถ้าอยู่ในสถานีให้เดินตามป้าย Central Gate ค่ะ แล้วพอติ๊ดบัตรออกมา จะมีป้ายบอกว่าจะไป Asakusa Exit หรือทางออกไหนอีกที ส่วนถ้าจะไปร้านนี้ให้เดินตามป้ายที่ชื่อว่า Hirokoji Exit ค่ะ เดินออกมาจะเจอลานกว้างๆ ตรงมาหน่อยมีทางม้าลาย มองไปฝั่งตรงข้าม เยื้องไปทางขวามือสักนิดหนึ่ง จะเป็นตึกที่เราตามหาค่ะ ป้ายชื่อร้านตัวไม่ใหญ่มากแต่พอมองเห็นนะคะ เป็นสีเหลืองหมดเลย พอเข้าไปในร้าน จะมีบันไดทางขึ้นอยู่ซ้ายมือค่ะ อย่าเพิ่งขึ้นไปถ้าอยากจะซื้อของ จิบลินะคะ ให้เดินตรงมานิดนึงจะมีทางเดินลงไปใต้ดินค่ะ พอเดินลงไป เลี้ยวซ้ายค่ะ จะเจอทางเป็นซอยๆไป เราไม่เข้าค่ะ เลี้ยวซ้ายมาอีกนิด ผ่านหน้าเคาน์เตอร์เก็บเงิน พร้อมกับบอกในใจว่า "เตรียมถุงได้เลยค่ะ" แล้วเมื่อเดินเลยมา มองไปทางซ้ายมืออีกจะเจอดงของจิบลิค่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะคะว่าไม่ได้มีเยอะมาก แต่ก็พอจะมีอะไรติดไม้ติดมือไปฝากคนทางบ้านที่ชอบได้ค่ะ
 
สำหรับครั้งนี้เป็นการรีวิวครั้งแรกค่ะ จริงๆไม่อยากเรียกว่ารีวิวเพราะไม่มีรูปประกอบใดๆทั้งสิ้น เอาเป็นว่า เรียกว่า บอกกล่าวกันให้รู้แหล่ง ในบรรดาคนที่ชอบเหมือนๆกันละกันนะคะ.... ขอให้สนุกกับการจับจ่ายนะคะ ส่วนตัวคิดว่าราคาของไม่ได้แพงมากนะ เมื่อเทียบกับของมีแบรนด์ อย่าง Sanrio หรือ Disney เพราะที่นั่น จิบลิก็มีชื่อใช่ย่อยนะคะ แต่ยังไงจะซื้ออะไรก็อย่าลืมคำนึงถึงประโยชน์ของมันด้วยนะคะ ถ้าซื้อมาแล้วหมักดองไว้ในห้องเก็บของก็คงไม่มีประโยชน์อะไร สงสารมันค่ะ อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาเมืองไทยทั้งที ^_^

ความสุข

posted on 08 Apr 2014 22:32 by apotastucu in Thought directory Diary, Idea
ต้นไม้บางต้นมีแต่ใบ ต้นไม้บางต้นโชว์แต่ดอก (ไปเจอมาที่ฮ่องกง แดงทั้งต้นเลย) ต้นไม้บางต้นก็มีแต่ก้านสีเขียว แต่ต้นไม้ทุกต้นก็ทำหน้าที่ของมัน และสวยในแบบที่มันเป็นในสวน....
เกิดเป็นคน มีตั้งกี่ร้อยพันล้านคน เหตุใดต้องเหมือนกัน และทำไมต้องเหมือนใคร มีความสุขในแบบที่เราเป็นอาจทำให้ยิ้มได้กว้างกว่าความสุขตามรูปแบบที่คนอื่นเป็น เพราะมันเกิดจากความรู้สึก มิใช่การประดิษฐ์...และที่สำคัญ ความสุขที่เกิดจากภายใน คงจะสวยงามกว่า ความสุขที่ต้องวิ่งหาเพื่อให้เหมือนคนอื่น

ข้อคิดจากฮ่องกง 1

posted on 05 Apr 2014 21:34 by apotastucu in Encourage directory Lifestyle, Diary, Idea
คนบนโลก ทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน...ทำไมเขาเก่งได้...แล้วทำไมเราจะเก่งไม่ได้